Tuesday, August 30, 2022

การเรียนครั้งที่8 30/08/2565


การเรียนในวันนี้เรื่องการออกแบบกิจกรรมเกี่ยวกับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ปี 

    พัฒนาการเด็กนช่วงแรกเกิด- 1 ปี ความรู้ที่ได้จากการเรียนในด้านพฤติกรรมเนื่องจากเด็กในช่วงนี้กำลังเกิดพัฒนาการการเรียนรู้ โดยในช่วงอายุนี้จะมีพัฒนาการที่ควรจะเป็นดังนี้ พฤติกรรมการเลียนแบบ,ท่าทางการแสดงออก,การเกาะจับสิ่งของเพื่อลุกขึ้นยืน,การมีปกิสัมพันธ์กับผู้อื่น,การออกเสียงประโยคสั้นๆ

กิจกรรมในการพัฒนา

-อ่านหนังสือ

-จั๊กจี้หรือนวดเบาๆ

-เล่นสนุกกับสี

-สร้างเสียงแปลกปลอม

    พัฒนาการเด็กในช่วง 1 ปี- 2ปี  ในช่วงอายุนี้เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกัยรูปทรงและสี,เริ่มเดินได้โดยไม่ต้องมีคนมาช่วย,ชี้ไปที่สิ่งขงที่สนใจ,พูดเป็นประโยค 2-4 คำ,เลียนแบบคำพูดที่เคยได้ยิน

กิจกรรมในการพัฒนา

-การพาเดินเล่

-การหยิบจับสิ่งของ

-การเล่นน้ำ

การดูภาพการเล่านิทาน

    พัฒนาการเด็กในช่วงอายุ 2-3ปี ในช่วงอายุนี้จะมีพัฒนาการ สามารถแยกวัตถุจากขนาดและสีได้,ชอบตั้งคำถามสำรวจสิ่งรอบตัว,เริ่มเดินหรือวิ่งได้กระโดด 2 ขา,เดินขึ้นลง บันได, มีการแสดงออดทางอารมณ์ชัดเจน,รู้คำศัพท์ใหม่ประมาณ 50คำ/วัน

กิจกรรมในการพัฒนา

-ฝึกขว้างสิ่งของ

-การร้องเพลง

-ฝึกการเล่าร้อง

-กิจกรรมเข้าจังหวะ

-เล่นเกมจับคู่

-เกมขนาดและรูปทรง

-บทบาทสมมติ

 


Monday, August 15, 2022

การเรียนครั้งที่7 16/08/2565

 การเรียนในครั้งนี้อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มทำงาน



    การเรียนในครั้งนี้อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มทำงาน ในหัวข้อหลักการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยมี 5 ด้าน 
ด้านร่างกาย
    ตรวจสอบตามเกณฑ์ที่ ศธ. กำหนด เช่น ประเมินว่าเด็กทำได้ดีเเค่ไหน มีพัฒนาการเเตกต่างจากการประเมินครั้งก่อนอย่างไหร่
ด้านความคิด
    ตรวจสอบว่าเด็กตัดสินใจแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์สมมุติหรือสามารถจําแนก แบ่งกลุ่ม จัดกลุ่มได้หรือไม่ แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อน
ด้านภาษา
    ตรวจสอบความสามารถในการพูดสื่อสาร จับใจความ จดจำเรื่องราวได้ดีแค่ไหน แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อน
ด้านอารมณ์และจิตใจ
    ตรวจสอบการรู้จักขอบคุณ ขอโทษ หรือการควบคุม อารมณ์ของตัวเอง เมื่อต้องเจอสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อน
ด้านความคิดสร้างสรรค์
    ตรวจสอบว่าเด็กสื่อสารความหมายในงานศิลปะ กล้าริเริ่มทำงานศิลปะ ตามความคิดของตัวเองได้แค่ไหน แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อน

Monday, August 8, 2022

การเรียนรู้ครั้งที่ 6 9/08/2565




      การเรียนในวันนี้เรื่องหัวข้อเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย เด็กปฐมวัยมีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยมี 4 ด้าน ดั้งนี้ 1.พัฒนาการด้านร่างกาย 2.พัฒนาการด้านสติปัญญา
 3.พัฒนาการด้านอารมณ์  4.พัฒนาการด้านสังคม 
วิธีการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย 1.เรียนรู้จากการปรับตัว 2.เรียนรู้โดยการฝึกทักษะต่างๆ และการฝึกอบรม 3.เรียนรู้โดยสัญชาติญาณ 4.เรียนรู้โดยสัมผัสกับคน ธรรมชาติ วัตถุ สิ่งแวดล้อม 5.เรียนรู้จากการเลียนแบบ 6.เรียนรู้จาการกระตุ้น จูงใจ เสริมแรง 7.เรียนรู้จาการกล่อมเกลาจิตใจ อารมณ์ สุนทรียภาพ
ทฤษฎีที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย 1.ทฤาฎีการเรีนรู้ของบรูเนอร์ 2.ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม 3.ทฤษฎีพัฒนาการของกีเซล 4.ทฟษฎีพัฒนาการทางจรยธรรมของโคลเบอร์ก 5.ทฤษฎีพัฒนาการทางบุคคลิกภาพขอลวิกมันต์ ฟรอยด์ 6.ทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของอิริคสัน 7.ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ 8.ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์
หลักการอบรมการเลี้ยงดู 1.การสร้างความผูกพัน 2.ระบบการให้รางวัล 3.พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีศีลธรรม 4การควบคุมสิ่งแวดล้อม 5.การควบคุมสิ่งแวดล้อม 6.การควบคุมพฤติกรรม
สภาพแวดล้อม 1.ห้องเรียนถูกตกแต่งสวยงามและเหมาะสม 2.จัดบรรยายกาศห้องเรียนให้ชีวิต 3.มีพื้นที่อุปกรณ์ที่พร้อมทำกิจกรรม 4.มีข้อตกลงในห้องร่วมกัน 5.มีความปลออดภัยต่อผู้เรียน 
สื่อส่งเสริมในการเรียนรู้ 1กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 2.กิจกรรมเลนตมมุม 3.กิจกรรมการเคลื่อนไหว 
การประเมิน 1.ด้านร่างกาย 2.ด้านอารมณ์ 3.ด้านสังคม 4.ด้านสติปัญญา 
    การเรียนนวันนี้ให้ความรู้ด้านเด็กปฐมวัยว่ามีพัฒนาการตั้งแต่แรกเกิดจนถึง6ขวบ มีการพัฒนาการสำหรับเด็กปฐมวัยและมีวิธีการเรียนรู้ของเด็กตลอดการเรียนรู็การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยเริ่ใมจากสิ่งรอบข้างแล้วนำไปทำเป็นแบบอย่าง มีทฤษฎีต่างๆมาเกี่ยวข้องทำเด็กนั้นมีพํฒนาการเป็นลำดับขั้นตอนการอบรมเลี้ยงและสภาพแวดล้อมดูเป็นพื้นฐานของครอบครัวที่ต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมากเพราะมีผลกับการออกไปใช้ชีวิตของเด็ก สื่อการเรียนรู้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ช่วยในการพัฒนาการของเด็กให้มีความรู้ความสนใจในด้านใด สุดท้ายการประเมินว่าเด็กนั้นมีพัฒนาการเป็นอย่างและเด็กสามารถผ่านการประเมินได้หรือไม่

Monday, August 1, 2022

การเรียนรู้ครั้งที่5 2/08/2565

 สรุปการเรียนรู้ การเลี้ยงดูแบบต่างๆ    

1.การเลี้ยงลูกแบบประชาธิปไตย

    พ่อแม่ผู้ปกครองเหล่านี้มีเหตุผลใจดีมีความรักใคร่ อธิบายกฎและผลของกรไม่ปฏิบัติตวามด้วยเหตุผลเคารพสิทธิของลูก ตลอดเวลา  เช่น กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน ฟังและพูดคุยกับลูกอย่างเปิดเผย เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงออก  ลูกจะควบคุมอารมณ์ได้ดี และมีวามมั่นใจในตนเองที่จได้เรียนรู้ทีกษะใหม่ๆ ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และบริบทต่างๆ และมักกล้าจะสดงออกมีความเห็นอกเห็นใจและมีไหวพริบดี

2.การเลี้ยงดูแบบตามใจ

    การเลี้ยงดูแบบตามใจพ่อแม่มักให้การสนับสนุนลูกอย่างไม่มีขอบเขต ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกอยากได้ จนทำให้ลูกเคยชินและเข้าใจว่าตัวเองนั้นต้องได้ทุกอย่างที่ต้องการ เป็นการสร้างนิสัยไม่ดีให้กับลูก ลูกอาจได้รับของจนเกิดความเคยชิน ส่งผลให้ไม่รู้จักการเสียสละ การอดทนรอคอย และความมีเหตุผลได้

3.การเลี้ยงดูแบบเข้มงวด

    การเลี้ยงดูที่เต็มไปด้วยความหวังดีของพ่อแม่ อยากให้ลูกเป็นคนดี เติบโต ประสบความสำเร็จ พ่อแม่      จึงเตียมทุกอย่างที่คิดว่าดีไว้ให้ลูก คาดหวังให้ต้องทำตามโดยไม่มีข้อแม้  มักฝึกลูกหรือสอลูกด้วยการลงโทษ ดุ ด่า และเคร่งเรื่องของระเบียบวินัย จนทำให้เผลอมองข้ามความต้องการจริงๆ ของลูกได้

4. การเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ 

    พ่อแม่สนับสนุนให้ลูกมีพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็ก ให้อิสระในการทำสิ่งต่างๆ ส่งเสริมให้ลูกเป็นตัวของตัวเอง ใช้เหตุผลเพื่อประกอบการตัดสินใจ พ่อแม่จะมีความคาดหวังสูงแต่ไม่มีความเคร่งรัดจนเกินไป  การให้ความรัก ความอบอุ่นและการเอาใจใส่แบบพอดี เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วม


การเรียนรู้ครั้งที่16 25/10/2565

 คาบสุดท้ายของการเรียนวิชาการอบรมเลี้งดูและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย      คาบนี้อาจารย์บอกแนวข้อสอบว่ามีเป็นปรนัยและอัตนัยอัตนัยนั...